รีวิวสถานที่เที่ยว เยือนจิ่วจ้ายโกว ซีหลิง และเฉิงตู ยามน้ำตกจับตัวแข็ง จากคุณ ภัทรียา


 Same Place, Different Time

เยือนจิ่วจ้ายโกว ซีหลิง และเฉิงตู ยามน้ำตกจับตัวแข็ง

STORY / PHOTO: ภัทรียา, Xiling Snow Mountain

 

ช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนของทุกปี “จิ่วจ้ายโกว” เขตอนุรักษ์ธรรมชาติและอุทยานแห่งชาติในมณฑลเสฉวนของจีน คลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มาชมความงามของทะเลสาบหลากเฉด พร้อมบรรดาต้นไม้ใบไม้บนภูเขาที่กำลังอวดสีส้ม น้ำตาล เหลือง แดง

แต่สำหรับใครที่ต้องการบรรยากาศอันแตกต่าง ทั้งไม่อยากเบียดเสียดกับผู้คนที่หลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศ จิ่วจ้ายโกวในช่วงฤดูหนาวก็นับเป็นความงามที่น่าค้นหาอยู่ไม่น้อย

 

The 8th International Ice Waterfall Festival

นอกจากภาพยอดเขาและพื้นที่บางส่วนของอุทยานที่ปกคลุมด้วยหิมะ ตัดกับสีฟ้าสดบ้างเขียวสดบ้างของทะเลสาบที่มีกว่าร้อยแห่งในจิ่วจ้ายโกว การมาเยือนเขตอนุรักษ์ธรรมชาติในที่หลายคนขนานนามว่าอุทยานสวรรค์ในช่วงฤดูหนาว ยังเป็นโอกาสอันดีแบบช่วงเดียวในรอบปี ที่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นน้ำตกแข็งตัวเป็นน้ำแข็ง...ใช่แล้ว น้ำใสไหลอยู่ตลอดเวลานี่ล่ะ ที่หนีความหนาวเย็นของอากาศไปไม่พ้น

 

เมื่อเทียบกับพื้นที่ที่มีการจัดเทศกาลแกะสลักน้ำแข็งอย่างจริงจังอย่างฮาร์บิน ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจีน อากาศในช่วงฤดูหนาวของจิ่วจ้ายโกวก็เรียกได้ว่าออกแนวหนาวพอสบาย แค่ราว 0 หรือติดลบไม่เกิน -5 องศาเซลเซียส แต่ก็เพียงพอให้น้ำหลายแห่งในอุทยานจับตัวเป็นน้ำแข็งได้ รวมถึงน้ำที่ไหลซู่ซ่าผ่านหน้าผาขนาดใหญ่ของน้ำตกธารไข่มุก (Pearl Shoal Waterfall) จุดท่องเที่ยวอันขึ้นชื่อจุดหนึ่งของจิ่วจ้ายโกว จนเกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงามแปลกตาและเป็นอภิสิทธิ์มอบให้แก่ผู้ที่เดินทางไปเยือนจิ่วจ้ายโกวในช่วงต้นปี (เดือนมกราคมโดยประมาณ) เท่านั้น ขณะเดียวกัน ทางผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวของภูมิภาคนี้ ยังเกิดไอเดียดี จัดงานเทศกาลขึ้นมาต้อนรับช่วงเวลาพิเศษนี้อีกด้วย

เทศกาลน้ำตกน้ำแข็งแห่งจิ่วจ้ายโกว “8th International Ice Waterfall Festival” ได้เปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนจากนานาชาติเมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมาอย่างครึกครื้น โดยเบิกฤกษ์ในคืนก่อนพิธีเปิด ด้วยการประกวดโจ๋หม่าหรือสาวงามประจำเขตปกครองตนเองชนชาติทิเบตและเชียงอาป้า เป็นการอุ่นเครื่อง ก่อนรถนำเที่ยวหลายสิบคัน จะนำผู้มาเยือนเข้าสู่พื้นที่จัดงานในเช้าวันรุ่งขึ้น

 

รถบัสนำเที่ยวซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีทันสมัย (ชนิดที่รถเคลื่อนผ่านไปยังจุดไหนของอุทยาน โทรทัศน์ในรถก็จะแสดงวิดีโอบรรยายสถานที่นั้นได้อย่างแม่นยำ) ค่อย ๆ เคลื่อนขบวนเข้าสู่สถานที่จัดงานบริเวณน้ำตกไข่มุก ซึ่งต้องอาศัยการเดินจากลานจอดรถผ่านทิวต้นไม้และสายน้ำเข้าไปเป็นระยะทางราว 5 นาที ไม่นับการหยุดชมวิวบ้างถ่ายภาพบ้าง ซึ่งเอาเข้าจริงแล้ว วิวสวย ๆ ระหว่างทางที่ทอดสู่น้ำตก ก็อาจยืดเวลาเดินได้นับครึ่งชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่พกนางแบบส่วนตัวมาด้วย

หลังจากเดิน ๆ หยุด ๆ กันอยู่หลายรอบ ในที่สุดเราก็มาหยุดกันที่ภาพตรงหน้า ซึ่งสามารถทำให้กล้องหลาย ๆ ตัวหันไปในทิศทางเดียวกันโดยไม่ต้องนัดหมาย แม้แดดจะส่องจนตาพร่า ทั้งยังมีเวทีการแสดงตั้งบังอยู่เบื้องหน้า แต่ภาพน้ำตกธารไข่มุก หรือนูรื่อหลาง (Nuorilang Falls) ที่ตอนนี้น้ำจับตัวเป็นน้ำแข็งไปกว่าครึ่งแล้ว ก็เด่นชัด ดึงดูดให้ผู้คนไปเบียดเสียดถ่ายรูปกันอยู่ไม่น้อย จนเมื่อการตัดริบบิ้นเปิดงานเริ่มขึ้น แขกของงานจึงได้หันหน้าสู่เวที ชมพิธีเปิด และการแสดงที่มีทั้งการแสดงของชาวทิเบตพื้นเมืองและวงดนตรีจากนานาชาติ

 

Jiuzhai Valley

เสียงเพลงในช่วงเปิดงานของ Rong Zhong Er Jia นักร้องเพลงทิเบตผู้โด่งดัง ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว แม้งานบนเวทีจะจบลงแล้ว อาจจะเพราะว่าเพลงที่เปล่งเสียงอย่างทรงพลังพวกนั้นมันดูเข้ากันเหลือเกินกับภูมิประเทศอันกว้างใหญ่ในแถบนี้...มีหลายคนเคยบอกว่า จิ่วจ้ายโกว หรือที่แปลว่า หุบเขา-เก้า-หมู่บ้าน นั้นแสนกว้าง แต่เมื่อได้มาเห็นด้วยตาตนเองหลังช่วงพิธีเปิดเทศกาลน้ำตกน้ำแข็งแล้ว บอกได้เลยว่า คำว่ากว้างนั้น เกินกว่าที่จินตนาการไว้จริง ๆ

แม้จิ่วจ้ายโกวจะมีชื่อมาจากหมู่บ้านชาวทิเบตทั้ง 9 หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ แต่เป็นที่ทราบกันว่าจุดท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเยือนที่นี่นั้นคือธรรมชาติอันแปลกตา โดยเฉพาะบรรดาทะเลสาบน้ำจืดกว่าร้อยแห่ง ที่สะท้อนสีน้ำ แตกต่างตามแร่ธาตุและพืชที่ทับถมอยู่ภายใน

เมื่อพิจารณาจากขนาดพื้นที่แล้ว แม้จิ่วจ้ายโกวจะเปิดพื้นที่แค่ 1 ใน 10 ของพื้นที่ทั้งหมดเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่การจะแวะเที่ยวชมทิวทัศน์ภายในจิ่วจ้ายโกวให้ครบทุกจุดในหนึ่งวันคงเป็นไปไม่ได้ รถนำเที่ยวส่วนใหญ่จึงเลือกใช้วิธีนำรถขับผ่านบ้าง จอดให้ลงเดินเล่นชมวิวบ้างแตกต่างไปกัน ซึ่งในกรณีหลัง จุดห้ามพลาดที่ไม่ว่าฤดูไหนก็สวย คงต้องยกให้กับทะเลสาบกระจก ทะเลสาบยาว ทะเลสาบห้าสี และทะเลสาบนกยูง

 

ขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลสาบกระจก ชื่อก็คงบอกอยู่แล้วว่าต้องใส จนสะท้อนฟ้าและภูเขารายรอบได้ราวกับกระจกเงา โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามเช้า ที่ยังไม่มีลมโชยมารบกวนให้ผืนน้ำเกิดคลื่นมากนัก ขณะที่ทะเลสาบยาวที่ยาวถึง 7.5 กิโลเมตรสมชื่อนั้น เรียกได้ว่าเป็นอีกจุดหนึ่งที่ต้องไปชมให้ได้หากมาเยือนจิ่วจ้ายโกวช่วงฤดูหนาว เพราะในยามที่อุณหภูมิลดต่ำลง ทะเลสาบรูปพระจันทร์เสี้ยวซึ่งพ่วงตำแหน่งใหญ่และลึกที่สุดในจิ่วจ้ายโกวมาด้วยแห่งนี้ จะกลายร่างเป็นลานน้ำแข็งสีขาวโพลน ดูราวงูสีขาวขนาดมหึมา ที่เลื้อยลดอยู่ท่ามกลางหุบเขาเลยทีเดียว

ขณะที่ทะเลสาบและน้ำตกบางแห่งได้รับอิทธิพลจากอากาศหนาวจนกลายเป็นน้ำแข็ง แต่สำหรับที่ทะเลสาบห้าสี ผู้มาเยือนจะได้พบกับผิวน้ำสะท้อนสีฟ้าที่เปลี่ยนเฉดตามช่วงเวลาเสมอไม่ว่าฤดูใด ความสวยงามชนิดที่ว่าเรียกเสียงฮือฮาได้ตั้งแต่ระหว่างเดินอยู่บนบันไดไม้ที่ทอดลงสู่ทะเลสาบนี่เอง ที่ทำให้ทะเลสาบห้าสีกลายเป็นจุดท่องเที่ยวขึ้นชื่อของจิ่วจ้ายโกวได้ทั้งที่มีขนาดแสนกะทัดรัดเมื่อเทียบกับทะเลสาบอื่น ๆ รวมถึงทะเลสาบนกยูงหรือทะเลสาบดอกไม้ จุดท่องเที่ยวในจิวจ้ายโกวที่ไม่ควรพลาดอีกแห่งหนึ่ง

 

เหตุผลที่ว่าภาพส่วนใหญ่ของจิวจ้ายโกวที่เราเห็นตามสื่อต่าง ๆ นั้นเป็นภาพจากทะเลสาบนกยูง คงจะพออธิบายได้ว่าทำไมทะเลสาบที่มีสีเขียวไล่ไปจนถึงน้ำเงินเข้มคล้ายสีของนกยูงแห่งนี้ จึงเป็นจุดที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเที่ยวในจิ่วจ้ายโกว โดยแม้ทะเลสาบนกยูงจะมีความยาวไม่กี่ร้อยเมตร แต่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ เชื่อได้ว่าสามารถอยู่ที่นี่ได้นานหลายชั่วโมงทีเดียว

 

Xiling Snow Mountain

ดูเหมือนว่าฤดูหนาวและอากาศที่เย็นลง ไม่เพียงเปิดโอกาสให้เราได้เห็นภาพความงามของจิ่วจ้ายโกวและบริเวณข้างเคียงในมุมมองที่เปลี่ยนไปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิ่งที่ได้พบเห็นในจุดท่องเที่ยวรอบข้างเมืองเฉิงตู เมืองหลวงของมณฑลเสฉวน

โดยทั่วไป หากนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปเยือนจิ่วจ้ายโกว การเที่ยวชมในเมืองเฉิงตูและบริเวณรายรอบ มักถูกบรรจุเป็นเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกันโดยเสมอ ค่าที่เฉิงตูเป็นจุดเชื่อมต่อหลักระหว่างเมืองไทยกับบริเวณที่ตั้งอุทยานจิ่วจ้ายโกว จนถึงจุดนี้หลายคนอาจบอกว่า บรรดาสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่ว่า พวกเขาหลับตาก็นึกออกแล้ว แต่ทว่าสำหรับใครที่ชื่นชอบความแตกต่าง บรรยากาศช่วงหน้าหนาวของ ภูเขาหิมะซีหลิง ก็เป็นตัวเลือกที่น่าไปลองให้รู้กันสักตั้ง

 

ภูเขาหิมะซีหลิงนับเป็นที่ตั้งสกีรีสอร์ตที่ใหญ่และประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งหนึ่งในจีน ทั้งด้วยที่ตั้งซึ่งห่างจากตัวเมืองเฉิงตูราว 1 ชั่วโมงครึ่ง รูปแบบที่พักที่มีให้เลือกหลากระดับ ที่สำคัญคือกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสามารถไปร่วมสนุกแบบไม่ทันมีเวลาเบื่อ

พูดถึงสกีรีสอร์ต หลายคนอาจจะนึกว่าสกีรีสอร์ตบนซีหลิงจะมีแค่สกีกับสโนว์บอร์ดให้เล่น แต่อันที่จริงแล้ว นอกจากลานสกีทั้ง 7 พิสท์ ที่รวมแล้วมีความยาวถึง 10 กิโลเมตร เขตภูเขาหิมะซีหลิงยังมีอีกหลากกิจกรรมในผู้มาเยือนได้สัมผัสอากาศหนาว ๆ ได้เป็นวัน ๆ ไม่ว่าจะเป็นสโนว์สกูเตอร์ การนั่งบอลลูนชมทิวทัศน์ นั่งเลื่อนหิมะ และอีกมากมาย ขณะที่ใครที่อยากเริ่มต้นเล่นสกี ที่นี่เขาก็มีคอร์สสอนกันตั้งแต่เริ่มต้น ที่สำคัญคือ ไม่ต้องห่วงเรื่องอุปกรณ์ใด ๆ เพราะอาคารศูนย์อุปกรณ์ของที่นี่ ได้ชื่อว่าเป็นมีอุปกรณ์การเล่นครบครันที่สุด อย่างชุดสกีก็มีอย่างน้อย ๆ 2,000 ชุด ลองคิดดูละกันว่ารองรับคนได้ครั้งละมาก ๆ ขนาดไหน

นอกเหนือจากกิจกรรมในหน้าหนาว ใครที่ไม่อยากรอถึงปีหน้า ยังสามารถขึ้นไปสัมผัสอากาศดี ๆ บนซีหลิงก่อนได้ เพราะด้วยความสูงตั้งแต่ 2,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ไม่ว่าฤดูไหน บนเขตแนวเทือกเขาซีหลิงก็ล้วนเย็นสบาย แถมยังมีกิจกรรมให้ทำหลากหลาย เช่น การเล่นสกีหญ้าบริเวณซีหลิงสกีรีสอร์ต หรือจะเป็นการเดินป่า ขึ้นไปชมทะเลหมอกที่หนาราวผืนผ้าห่ม และขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นในจุดที่เรียกว่า Yinyangjie ตามชื่อภูเขาที่ด้านหนึ่งสว่างไสวด้วยแสงอาทิตย์ที่สาดส่องมา ขณะที่อีกด้านของสันเขากลับมืด แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเหมือนหยินและหยาง ซึ่งล้วนน่าประทับใจทั้งสิ้น

 

ติดตามเพิ่มเติมได้ในเล่ม นิตยสารเที่ยวรอบโลก ฉบับ 398

หรือในรูปแบบ ดิจิตอลที่ 

ขอขอบคุณ

บริษัท เมอร์รี่แลนด์แทรเวิลเซอร์วิส จำกัด

Chengdu Culture and Tourism Development Group L.L.C.

Chengdu Xiling Snow Mountain Tourism Development Co., Ltd.



ผู้ตั้งกระทู้ Admin โพสต์และแสดงความเห็นเฉพาะสมาชิกเท่านั้น :: วันที่ลงประกาศ 2015-08-26 16:56:37 IP : 61.90.59.249


Copyright © 2012 e-Travelbookshop.com. All Rights Reserved.