ความหลากหลายที่ผสมผสานรวมกันจนกลายเป็นโอกินาวา โดย คุณ ศิริรักษ์


 Okinawa

Elegant Unique Way of Life

STORY / PHOTO: ศิริรักษ์

 

ไม่ว่าจะเป็นความเหมือนในความต่าง ความต่างในความเหมือน หรือด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม ฉันก็ได้พาตัวเองมายืนอยู่บนเกาะโอกินาวา จังหวัดใต้สุดของญี่ปุ่น ดินแดนที่แม้จะห่างไกลจากแผ่นดินแม่ แต่ยังคงกลิ่นอายของแดนอาทิตย์อุทัยอยู่เต็มทุกพื้นที่ ทั้งในเรื่องของการนำเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ญี่ปุ่นมีความเป็นเลิศอยู่แล้วมาใช้ กิริยาท่าทางของผู้คน ที่ยังคงความอ่อนน้อมถ่อมตน และเคารพในสิทธิของผู้อื่นไม่ต่างจากตัวเอง แต่ดูเหมือนว่า สิ่งที่ทำให้ผู้คนจากทั่วทุกมุมของโลก ไม่เว้นแม้แต่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ต่างหลงใหลโอกินาวา และต้องการเดินทางมาเยือนหมู่เกาะแห่งนี้ กลับไม่ใช่ความเป็นญี่ปุ่น แต่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของผู้คน วิถีชีวิต และวัฒนธรรมอันแตกต่างจากญี่ปุ่นส่วนอื่น ๆ ในฐานะที่เคยเป็นอาณาจักรโบราณอันยิ่งใหญ่

ความหลากหลายที่ผสมผสานรวมกันจนกลายเป็นโอกินาวา อาจทำให้ผู้มาเยือนแปลกใจ ว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น แต่หากลองพลิกดูหน้าประวัติศาสตร์กันสักหน่อย รับรองว่าหลายคนคงร้อง อ๋อ! กับที่มาที่ไป ที่ทำให้โอกินาวาเป็นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

 

ในสมัยโบราณ โอกินาวาเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ริวกิว (Ryukyu Kingdom) ที่แม้จะเป็นอาณาจักรเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของเกาะญี่ปุ่น แต่ก็มีความสำคัญในฐานะศูนย์กลางการค้าทางทะเลแถบเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการมีฐานะเป็นรัฐบรรณาการของราชวงศ์หมิงแห่งจักรวรรดิจีน ทำให้จีนมีอิทธิพลต่ออาณาจักรริวกิวเป็นอันมาก เมื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น โอกินาวาก็กลายเป็นสนามรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม โอกินาวาก็ตกอยู่ภายใต้การดูแลของสหรัฐอเมริกา โดยเป็นที่ตั้งของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาและชาติตะวันตกฝ่ายสัมพันธมิตร จนในปี 1972 อเมริกาได้คืนเกาะโอกินาวาให้แก่ญี่ปุ่น แต่ยังคงตั้งฐานทัพบางส่วนไว้ และยังคงมีกองทัพกับครอบครัวของชาวอเมริกันอยู่ในโอกินาวา

และด้วยอิทธิพลทางด้านการปกครองจากหลากหลายเชื้อชาติ ทำให้โอกินาวาได้รับอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมหลากหลายรูปแบบ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยจางหลายไปเลยคือ วัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวริวกิว ที่ชาวโอกินาวาในปัจจุบันยังคงยึดถือไว้เป็นแบบอย่างให้กับลูกหลาน และยังคงหลงเหลือให้นักท่องเที่ยวต่างชาติต่างภาษาได้สัมผัส โดยเฉพาะสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมที่ได้รับยกย่องให้เป็นมรดกโลก รวมถึงความงดงามของธรรมชาติในฐานะเมืองตากอากาศชายทะเลชั้นยอดของญี่ปุ่น โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวอันหลากหลาย น่าเที่ยวชมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น...

 

อุทยานหลวงชิคินะเอ็น (Shikinaen Garden) สร้างในปี 1799 เป็นทั้งพระตำหนัก สถานที่พักผ่อนของเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ และสถานที่ที่ใช้ในการต้อนรับทูตานุทูตจากจีน ภายในสวนจัดแบบผสมผสานระหว่างสวนแบบญี่ปุ่นสมัยใหม่ ตัวตำหนักมุงด้วยกระเบื้องสีแดง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของศิลปะแบบริวกิว และสระน้ำกับสะพานข้ามสู่เกาะเล็กกลางน้ำ จัดด้วยศิลปะแบบจีน ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมหลากแบบ ทำให้อุทยานหลวงแห่งนี้เป็นแบบอย่างทางประวัติศาสตร์ที่หาชมได้ยาก จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

 

ปราสาทชูริ (Shuri Castle) พระราชวังหลวงอันเก่าแก่ของอาณาจักรริวกิวโบราณ สร้างด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างจีนกับญี่ปุ่น เคยถูกเผาทำลายหลายต่อหลายครั้งจากสงคราม โดยเฉพาะสงครามใหญ่ ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า The Battle of Okinawa ระหว่างกองทัพญี่ปุ่นกับกองทัพสหรัฐอเมริกา เพื่อแย่งชิงการครอบครองเกาะโอกินาวา แต่ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ทั้งหมดในปี 1992 โดดเด่นด้วยกระเบื้องมุงหลังคาสีแดง อันเป็นลักษณะเด่นของศิลปะแบบริวกิว จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญของโอกินาวาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี 2000 ภายในตัวปราสาทหลังใหญ่มีบัลลังก์และมงกุฎทองของกษัตริย์โบราณ และบริเวณโดยรอบปราสาทยังมีสิ่งของล้ำค่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติของชาติและมรดกโลกคือ ประตูหินขนาดเล็กของศาลเจ้าโซโนะฮัน อุทากิ (Sonohyan-utaki) สร้างโดยพระเจ้าโชชิน กษัตริย์องค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์โชที่ 2 ด้วยศิลปะแบบจีนที่สะท้อนให้เห็นถึงความชำนาญในการแกะสลักหินปูนของช่างในสมัยอาณาจักรริวกิวรุ่งเรือง เช่นเดียวกับประตูหินชิเรอิมอน (Shireimon) ซึ่งเป็นประตูหินที่มีขนาดใหญ่กว่าทาด้วยสีแดง สร้างในปี 1519 โดยกษัตริย์ผู้ปกครองอาณาจักรริวกิวในสมัยนั้น ได้เชิญพระมาสวดมนต์ขอพรอาณาจักรริวกิวรอดพ้นจากภยันตรายทั้งหลายด้วย

 

โอกินาวา เวิลด์ (Okinawa World) ว่ากันว่าหากต้องการสัมผัสบรรยากาศแบบอาณาจักรโบราณ ต้องมาแวะมาที่นี่ ด้วยเป็นสถานที่ที่รวบรวมศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวริวกิวไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง อย่างระบำอิซ่า การเป่าเครื่องแก้ว การปั้นตุ๊กตาดินเผา และวิถีชีวิตพื้นบ้านแบบริวกิวให้ชมในแบบของหมู่บ้านจำลองขนาดย่อม รวมทั้งยังเป็นที่ตั้งของถ้ำธารมรกตเกียวคุเซ็นโดะ (Gyokusendo) โถงถ้ำโบราณอายุกว่า 3 แสนปี และมีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย ชมหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตาไม่เหมือนที่ใดในโลก และลำธารไหลที่ไหลผ่านภายในถ้ำ โดยสามารถเดินเท้าเข้าไปในส่วนที่เปิดให้ชมมีความยาวราว 850 เมตร

เหล่านี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแค่เพียงบางส่วนเท่านั้น โอกินาวายังมีความหลากหลายมากกว่าการบรรยายด้วยตัวอักษร ที่รอคอยนักเดินทางให้ไปเยี่ยมเยือน ซึ่งคุณจะค้นพบความหมายในความเหมือนและความต่างของโอกินาวา อย่างที่ฉันและเพื่อนนักเดินทางอีกหลายคนได้สัมผัสมาแล้ว

ติดตามเรื่องราวท่องเที่ยวบนเกาะโอกินาว่า เพิ่มเติมได้ใน นิตยสารเที่ยวรอบโลก ฉบับ398 
หรืออ่านในรูปแบบดิจิตอลที่ 


สนับสนุนการเดินทาง

บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC



ผู้ตั้งกระทู้ Admin โพสต์และแสดงความเห็นเฉพาะสมาชิกเท่านั้น :: วันที่ลงประกาศ 2015-08-26 17:28:54 IP : 61.90.59.249


Copyright © 2012 e-Travelbookshop.com. All Rights Reserved.